วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

สกุลเงิน

           สกุลเงินของสิงคโปร์แบ่งเป็นดอลลาร์สิงคโปร์ (เหรียญสิงคโปร์) และเซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาดมีตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 เงินสกุลอื่น ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ, ดอลลาร์ออสเตรเลีย, เยนหรือเงินปอนด์ก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในช้อปปิ้งเซ็นเตอร์และร้านอาหารใหญ่ ต่างๆ   

อาณาเขตติดต่อ

             สิงคโปร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายูใกล้เส้นศูนย์สูตรประกอบด้วยเกาะสิงคโปร์ และเกาะเล็กๆ อีกกว่า 50 เกาะ มีช่องแคบยะโฮร์ที่แยกสิงคโปร์ออกจากแผ่นดินใหญ่ประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ทั้งหมด 618 ตารางกิโลเมตร อาณาเขตติดต่อในทิศต่างๆคือทิศเหนือติดกับช่องแคบยะโฮร์, ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้, ทิศใต้ ติดกับช่องแคบสิงคโปร์, ทิศตะวันตกติดกับช่องแคบมะละกา 

ลักษณะภูมิอากาศ

                  สิงคโปร์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงมีอากาศร้อนชื้นอยู่ตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 26 องศาเซลเซียส, ฝนตกชุก มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 97 นิ้วขึ้นไป สิงคโปร์เป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ จึงได้รับอิทธิพลจากทะเลทำให้อากาศร้อนจัด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมจะเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านในระยะนี้จึงมีโอกาสที่จะค่อนข้างเย็น 

ลักษณะภูมิประเทศ

                ในภาคตะวันตกและภาคกลางของประเทศจะเป็นเนินเขา ในภาคกลางจะมีเนินเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ ไหลผ่านที่ราบไปทางตะวันออกและทางใต้ของเกาะ ฝั่งทะเลมีลักษณะเว้าแหว่งเหมาะที่จะเป็นท่าเรือ ที่ตั้งของเกาะสิงคโปร์เป็นเส้นทางผ่านของการเดินเรือ เรือที่มาจากอินเดียจะผ่านไปออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, จีน, ญี่ปุ่นและประเทศต่างๆในยุโรป ดังนั้นสิงคโปร์จึงเป็นศูนย์กลางการเดินเรือที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ที่ตั้งแห่งแรกของสิงโตทะเล

           แต่เดิมนั้นแม่สิงโตและสิงโตน้อยตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ตรงข้ามกับ Elizabeth Walk ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันเพียง 120 เมตร เรียกบริเวณนี้ว่าสวนสิงโตทะเล (Merlion Park) ต่อมาไม่นานบริเวณดังกล่าวก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและกลายเป็นสถานที่ในเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก นายลีกวนยู (Mr. Lee Kuan Yew) นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ในขณะนั้นได้ประกอบพิธีติดตั้งรูปปั้นสิงโตในวันที่ 15 กันยายน 1972 มีการติดป้ายบรอนซ์เพื่อเป็นที่ระลึกของโอกาสพิเศษนี้โดยมีถ้อยคำจารึกไว้ว่า สิงโตทะเลถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนสิงคโปร์ ในปัจจุบัน รูปปั้นสิงโตทะเลสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปีให้มาที่สวน Merlion Park แห่งนี้เพื่อถ่ายรูปกับสัญลักษณ์อันโด่งดังระดับโลก ณ บ้านใหม่ของมัน ที่อยู่ใกล้กับโรงแรม One Fullerton

ประวัติและต้นกำเนิดของสิงโตทะเล

                  ในตอนแรก สิงโตทะเล (Merlion) ถูกออกแบบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourist Promotion Board - STPB) ในปี 1964 – ต่อมาไม่นาน สัตว์ประหลาดที่หัวเป็นสิงโต, ตัวเป็นปลาและยืนอยู่บนยอดคลื่นตัวนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ในสายตาของทุกประเทศทั่วโลกสิงโตทะเล (Merlion) ถูกออกแบบขึ้นในปี 1964 โดย นายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ (Mr. Fraser Brunner)’ ที่เป็นสมาชิกคณะกรรมการฝ่ายของที่ระลึกและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ (Van Kleef Aquarium) หัวเป็นสิงโตหมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลา อุตามะพบตอนที่ท่านเจอเกาะสิงคโปร์ตามที่บันทึกไว้ใน บันทึกของชาวมาเลย์ (Malay Annals) หางปลาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบราณชื่อ เทมาเซ็ค (Temasek) ที่มีความหมายว่าทะเลซึ่งสิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันก่อนที่เจ้าชายนิลาจะตั้งชื่อให้ว่า สิงหปุระ ที่เป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่าเมือง (ปุระ) แห่งสิงโต (สิงค์) และยังหมายถึงจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสิงคโปร์ที่ในอดีตเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง




                  รูปปั้นสิงโตทะเลสูง 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน สร้างขึ้นจากซีเมนต์ฟอนดูโดยช่างฝีมือผู้ล่วงลับไปแล้วที่ชื่อ ลิมนางเซ็ง (Mr. Lim Nang Seng) ส่วนรูปปั้นตัวที่สองที่ขนาดเล็กกว่า สูงเพียงสองเมตร หนักสามตัน ก็ถูกสร้างโดยช่างลิมเช่นเดียวกัน ลำตัวทำจากซีเมนต์ฟอนดู, ผิวทำจากจานลายครามและตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก

ประวัติความเป็นมาของประเทศสิงคโปร์

                   ประเทศสิงคโปร์เป็นที่รู้จักครั้งแรกในศตวรรษที่ 3 ของชาวจีนในชื่อ พู เลา ชุงซึ่งแปลว่า เกาะปลายคาบสมุทรโดยในช่วงนั้นยังไม่มีใครทราบประวัติของเกาะแห่งนี้มากนัก ในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ได้ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัยและรู้จักกันในชื่อ เทมาเซ็คซึ่งแปลว่าเมืองแห่งทะเลสิงคโปร์ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมมลายูซึ่งเป็นจุดนัดพบทางธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือ สิงคโปร์จึงกลายเป็นจุดพักของเรือเดินสมุทรหลายประเภท ในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ก็ได้ชื่อใหม่คือ สิงหปุระซึ่งแปลว่า เมืองสิงโต ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายแห่งศรีวิชัยมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิดว่าเป็นสิงโต ชื่อปัจจุบันของสิงคโปร์จึงถือกำเนิดขึ้น ระหว่างศตวรรษที่ 18 นั้นอังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของสิงคโปร์ทางยุทธศาสตร์สำหรับซ่อม,เติมเสบียงและคุ้มกันกองทัพเรือของอาณาจักรที่เติบใหญ่ของตนรวมถึงการขัดขวางการรุกคืบของชาวฮอลแลนด์ในภูมิภาคนี้ ตรงกันข้ามกับเบื้องหลังทางการเมืองที่กล่าวมา เซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิล กลับตั้งสิงคโปร์ให้เป็นสถานีการค้า นโยบายการค้าเสรีดึงดูดพ่อค้าจากทั่วทุกส่วนของเอเชียและจากที่ห่างไกลออกไป เช่น สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง ในปี ค.ศ.1824 เพียงแค่ห้าปีหลังจากตั้งประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน ประชากรก็เพิ่มขึ้นจากเดิมเพียง 150 คนจนกลายเป็น 10,000 คน ในปี 1832 สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางรัฐบาลของถิ่นฐานช่องแคบปีนัง มะละกา และสิงคโปร์ การเปิดคลองซุเอซในปี 1869 และการเข้ามาของเครื่องโทรเลขและเรือกลไฟทำให้ความสำคัญของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่กำลังขยายตัวระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก สิงคโปร์เคยเป็นที่ทำสงครามในศตวรรษที่ 14 เมื่อเข้าเกี่ยวพันกับการแย่งชิงแหลมมลายูระหว่างประเทศสยามกับจักรวรรดิมัชปาหิตบนเกาะชวา อีกห้าศตวรรษถัดมา ที่นี่ก็เกิดสงครามครั้งสำคัญขึ้นอีกครั้ง ในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเคยถือกันว่าสิงคโปร์เป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันแตกแต่แล้วกองทัพญี่ปุ่นก็สามารถยึดครองเกาะแห่งนี้ได้ในปี 1942 หลังสงคราม สิงคโปร์ก็กลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษ การเติบโตของลัทธิชาตินิยมทำให้สิงคโปร์มีรัฐบาลปกครองตนเองในปี 1959 แล้ววันที่ 9 สิงหาคม 1965 สิงคโปร์ก็กลายเป็นสาธารณรัฐอิสระ